ประสบการณ์

กลายแป็นผลกระพบต่อธุรกิจ อย่างกวังชวางไโดอง่าย
เราทุกคน ควรจะสวดนต์อ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าทุกๆเข้าว่า
“ข้าแต่พระองค์ โปรดจงช่วยให้ข้ฯปิดปากสนิทแน่น จนกว่าข้าฯจะ
รู้ว่า กำลังจะพูดเรื่องอะไร…อาเมน”
มีอยู่หลายต่อหลายครั้ง ที่ผมอยาจะตบปากตัวเอง พราะชอบพูดไม่ยอม
หยุด ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่า คนที่ฟังไม่ด้ตั้งใจฟังอะไรเลย อาจเป็นเพราะ ตอนนั้นผม
มัวแต่เอาใจจดจ่อในรื่องที่จะพูด และก็ออกจะพูดมากเกินไป จนลืมคิดไปว่า
คู่สนหนาไม่ใต้ให้ความสนใจที่จะฟังเลยสักนิดเดียว ( (..
การที่จะสามารถล่วงรู้ใจของคนอื่นๆได้นั้น ทำได้ไม่ยากอะไรเลย หาก
เปิดโอกาสให้เขาเป็นฝ่ายพูด มิฉะนั้นแล้ว เราจะไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่า เขาคิด
อะไรอยู่ในใจ
ประสบการณ์ ที่ผ่านมาสอนผมว่า ในการสนทนากับใครก็ตาม ควรเปิด
โอกาสให้เขาได้พูดก่อนในช่วงแรก และเมื่อผมเป็นฝ้ายที่พูดบ้าง ก็จะมีข้อมูล ราย
ละเอียดที่เชื่อถือได้ และจะทำให้ผู้ฟังสนใจในสิ่งที่ผมพูดด้วย
ที่จริงแล้ว ไม่มีใครอยากเห็นคนอื่น อวดฉลาด อวดเก่ง ขัดคอ หรือตัดบท
ในขณะที่เรากำลังพูดอยู่ หรือคนที่ชอบทำตัวอวดรู้ ชอบคาใจว่เราจะพูดอะไร
ก่อนที่เราจะพูด
คุณก็คงรู้ดีว่าคนพวกนี้ ชอบทำตัวเป็นคน ปากยาว และ อวดรู้ อวดดี
ชอบยกตนข่มผู้อื่น
ที่สำคัญมักจะชอบมาวิพากษ์วิจารณ์ ข้อผิดพลาดต่าง ๆ นานาของคุณ
มาแนะให้ทำอย่างโน้น มาบอกให้ทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ตัวคุณองยังไม่ทันได้ลงมือทำ
อะไรสักอย่างเลย
ผมเชื่อว่า คุณก็คงไม่ชอบหน้า แถมหมั่นไส้ด้วย และอยากจะต่อยกระโดง
คางให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
แม้ว่าบางทีเขาอาจจะพูดถูกก็ตาม คุณก็คงไม่ชอบหน้าอยู่ดี โดยเฉพาะ
หากเป็นนักขายด้วยกันแล้วยิ่งไปกันใหญ่ จนบางที่คุณต้องหาเรื่องโกหก

ประสบการณ์

ประวัติและสาระน่ารู้

Became a result of business impact Like Gwangchang, easily
 We should all pray to God every time.
 “O Lord Please help me close my mouth tightly until I
 Knowing what to talk about … Amen. “
 There are many times That I would slap my mouth Because like not talking
 Stopped despite seeing that The person who doesn’t listen carefully listens, probably because at that time I
 Only focused on what he had to say And was too talkative Until I forget to think that
 Pair of thick pine, not under, pay attention to listen at all a little ((..
 In order to be able to foresee the mind of others Doing is not difficult at all.
 Give him the opportunity to speak, otherwise we will never know what he thinks.

 What comes to mind
 Past experience taught me that In conversation with anyone, should open
 The opportunity for him to speak first. And when I am Madras speaking, there will be information
 Trustworthy And will make the listener interested in what I say as well
 In fact, no one wants to see others. Show off, show off, show off, shit or cut off.
 While we were speaking Or someone who likes to pretentious Like what we say
 Before we speak
 You probably know that these people Like to act long-mouthed and pretentious

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

นักอุตสาหกรรม

ตัวยเหตุนี้ ผมจึงอกกับตัวเอว่า หากเกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก เมื่อพูด
แล้วเขาไม่ฟัง ผมจะหยุดพูด แม้จะยังพูดไม่จก็ตามที ซึ่งแทนที่ผู้ฟังคนอื่นๆ
จะรังเกียจหรือโกรธผม ขากลับคิดว่า ผมให้เกื
บคิดว่ำ ผมให้เกียรติแก่พวกเขามากกว่า ในจำนวน
กรหยุดพูดกลางคันของผม9ครั้ง จากการพูดทั้งหมด 10 ครั้ง
ผมรู้ดีว่า ผู้ฟังมีอะไรอยากจะอกผม หรืออยากแสดงออก หากผมไม่เปิด
โอกาสให้เขาได้พูดแล้วละก้อ บรรยากาศมันจะไม่ดีขึ้นเลย แม้ว่า เรื่องที่เขา
พูดนั้น มันอาจไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลยก็ตามที
ตัวอย่างของเรื่องนี้ ที่ผมอยากจะเล่ให้ฟัง ก็คือ
อัล ซึ่งเป็นพนักงานขายของผมคนหนึ่ง ได้พาผมไปพบกับ มร.ฟรานซิส
โอนีล นักอุตสาหกรรม การผลิตกระตาษ รายใหญ่ ที่เริ่มชีวิตจากการเป็นพนักงาน
ขาย แล้วออกมาตั้งบริษัทดำเนินธุรกิจด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ กลาย
เป็นยักษ์ใหญ่ของวงการที่มีผู้คนให้ความยอมรับนับถือมากที่สุดคนหนึ่งในเมือง
พิลาเดลเฟียนี้ ขาได้ชื่อว่า เป็นคนไม่ค่อยพูด
หลังจากที่ได้แนะนำตัวกันตามธรรมเนียมแล้ว มร. โอนีล ก็เชิญให้เรา
สองคนนั่ง ผมก็เริ่มอธิบายถึงการชำระภาษีที่ผูกพันกับธุรกิจและหลักทรัพย์
ทั้งหลายทั้งปวงของเขา ซึ่งเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนเลย
แต่ในขณะที่ฟังผมพูดนั้น เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองผมเลยแม้แต่นิดเดียว
เอาแต่ก้มหน้าก้มตา จ้องมองเอกสารบนโต๊ะทำงาน
ผมไม่มีทางรู้เลยว่ เขาตั้งใจ และข้าใจเรื่องที่ผมพูดหรือไม่ ตรช
หลังจากที่ผมพูดไปได้ประมาณสัก3นาที ผมก็หยุดพูดเสียกลางคัน
ทั้งๆที่ยังพูดค้างอยู่ บรรยากาศในตอนนั้นเงียบสนิท ผมเอนตัวลงพิงกับพนักพิง
และรอคอยอย่างใจเย็น
ในวินาทีที่ทุกคนเงียบเฉยกันนี้ คนที่กระสับกระสยมากคว่ใครก็คือ อัล
เพราะเขกลัวว่าผมจะเลิกสกนากับนักอุตสหกรรผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ เขาจึงอยากจะ
แก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น โดยเป็นฝ่ยพูดขึ้นก่อน
ผมโมโหมากที่ อัล ทำให้บรรยกาศนี้เสียไป ถ้าผมมุดไปใต้โต๊ะได้ก็อยาก

นักอุตสาหกรรม

นักอุตสาหกรรม

For this reason, I was chest with Ai. If this happens again when speaking
 And he doesn’t listen, I will stop talking even if I still don’t speak Which replaces other listeners
 Would hate or angry me, instead I think I gave
 On the thought that I gave them more honor than the number
 I stopped my talk 9 times. From a total of 10 talks
 I know what the audience wants to say to me. Or want to show if I don’t open
 The opportunity for him to speak already The atmosphere won’t improve even though the story he
 To say that it may not contain any content at all.
 Examples of this story What I want to play is
 Al, one of my salespeople Took me to meet Mr. Francis
 Industrialist neal The production of large-scale paper that began life as an employee.

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

สิ่งสำคัญในงานการขาย ที่ถูกมองข้าม

สิ่งสำคัญในงานการขาย ที่ถูกมองข้าม
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมได้เดินทางไปบรรยายตามหัวเมืองชายทะเลกับ
มร.เดล คาร์เนกี อยู่นานถึง 6 เดือนเต็ม
ในแต่ละสัปดาห์ เราสองคนต้องสอนถึง 5 คืนติดต่อกัน มีผู้เข้าร่วมสัมมนา
จำนวนหลายร้อยคนที่ต้องการพัฒนาปรับปรุงตนเอง ในการเจรจา ติดต่อสื่อสาร
กับผู้อื่น ซึ่งแต่ละคนล้วนมาจากหลากหลายงานและอาชีพ เช่น พนักงานฝ่าย
ธุรการ ครูสอนหนังสือ ผู้บริหารบริษัทธุรกิจ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ทนายความและ
พนักงานขาย ฯลฯ
ผมไม่เคยเดินสายออกไปบรรยายแบบนี้มาก่อน แต่มันก็สนุกและให้
รสชาติแก่ชีวิตไม่น้อยเลย
เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้าน ผมก็มีแรงบันดาลใจที่จะทำงานต่ออีก 2 อย่าง
ด้วยกัน คืองาน ขายประกันชีวิต ที่ทำอยู่ และ การพูดคุย บอกเลำ
ประสบการณ์ต่าง ๆในการเดินทางไปบรรยายในเวลาที่ผ่านมา
คนแรกที่ผมนัดหมายเข้าไปพบ คือ กรรมการผู้จัดการบริษัทค้าอาหารพ
ในเมืองฟิลาเดลเพีย ซึ่งผมมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันอยู่บ้างพอสมควร
เขามีทีท่าคือกดีใจที่ได้พบกับผม เมื่อผมนั่งลงตรงหน้าเขา เขาก็ยื่นบุห
ชิการ์มาให้

สิ่งสำคัญในงานการขาย

สิ่งสำคัญในงานการขาย

Important in sales work Overlooked
 A few years ago I traveled to lecture in the coastal cities with
 Mr. Dale Carnegie lived for 6 full months.
 Each week The two of us have taught for 5 consecutive nights. There were participants.
 Hundreds of people who want to improve themselves in negotiations to communicate.
 With others, each of whom comes from a variety of jobs and careers, such as department employees
 Administrative teacher Business company executive Contractor, contractor and
 Salesman etc.
 I’ve never walked out to lecture like this before. But it is fun and gives
 Taste for life, not less
 Upon returning home I was inspired to continue with 2 more things.
 Together is the life insurance sales work that is being done and talk talks
 Different experiences In traveling to lecture at some time ago
 The first person I arranged to meet with was the managing director of a food trade company.
 In the city of Philadelphia Pia Which I have quite a good familiarity
 He seems to be happy to meet with me. When I sat in front of him, he extended
 Chikarma Gives

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

วางแผนประกันชีวิต

โอกาสมันเปิดให้ผมแล้ว ผมต้องอธิบายให้เขาเชื่อได้ว่า การทำประกันชีวิต
ครั้งนี้ สามารถคุ้มดองผลเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเขาและลูกชายอีกสองคน
พร้อม ๆ กันไปด้วย
ผมกับเขา จึงร่วมกัน วางแผนประกันชีวิต ที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้
ไม่ว่าใครจะตายก่อนหรือหลังในอนาคต ในที่สุด จากลูกครายนี้เพียงรายเตียว
ผมก็มียอดเบี้ยประกันสูงถึง 3,860 เหรียญ
ทำไมผมถึงต้องถามเขาอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะผมสงสัยในเหตุผลที่เป็น
คำตอบปฏิสธของเขาหรอก ผมรู้ดีว่า คำปฏิเสธข้อแรกของเขามีเหตุผลรับฟังได้
ไม่มีอะไรเคลือบแคลงสงสัย ผมเองก็เชื่อและเห็นพ้องกับเขาด้วย
แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านงานการชายประกันมานานหลายปี ทำให้ผม
รู้ว่า น่จะยังมืะไรอีกบางอย่างที่คงคาอยู่ในใเขา ซึ่งพนันกันได้เลยว่า ไม่ผิด
แน่ๆ และมันก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อสันนิษฐนของผมนั้นถูกต้องตรงเผงเลย
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผมชอบตั้งคำถามกับคนอื่นๆอยู่ร่ำไป จนกลายเป็น
นิสัย และจำได้ว่ เท่ที่ทำๆมายังไม่เคยมีลูกครายใดโกรธเคืองผมเลยสักราย
คราวนี้ หาก ข้อโต้แย้ง ของลูกค้าเป็น ความจริง มีเหตุผลที่รับฟังได้
แล้วคุณจะต้องทำอย่งไรต่อไปตี ผมมีตัวอย่งที่อยากจะเล่าให้ฟัง
วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังรัประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนสองคนอยู่ที่
ยูเนี่ยนลีด ใน ฟิลาเดลเพีย คนหนึ่งคือนึล แมคนีล จูเนียร์ ผู้จัดการ บริษัท
ชั้นดาส เคมิคัล และ แฟรก์ อาร์.เควิส ตัวแทนนายหน้าคบ้านและที่ดิน
นีล บอกผมว่า
“นี่ คุณแฟรงก์ ผมจะแนะลูกค้ผู้มุ่หวังรายใหมให้คุณคนหนึ่ง เขาชื่อ
มรอม สินชย์ เพิ่งคุยกับผมถึงรื่องจะซื้อประกับชีวิดเมื่อวานนี้อง เขารวย
อแผนประกันชีวิตให้เขาสัก 50,000 หรือ 100,000
มากๆ เลยนะ คุณควรเสนอแผ่นประกันว
เหรียญได้สบาย อย่งนั้นไซไหม แฟรก?” เขาหันไปถาม แฟรงก็ อาร์.เควิส
แฟรงก์ อาร์.เควิส หันมาบอกผมตัวยความกระตือรือรัน และตื่นเต้นกับ
ลูกครายนี้ โดยแนะนำให้ผมไปพบเลยในวันรุ่งขึ้น

วางแผนประกันชีวิต

วางแผนประกันชีวิต

The opportunity is open to me. I have to explain to him that Life insurance
 This time, he was able to protect the damage that could occur to him and his two sons.
 Simultaneously
 Me and him then jointly plan life insurance. That covers everything
 Regardless of who will die before or after in the future, ultimately from this client, only Zhang
 I have a premium of up to $ 3,860.
 Why do I have to ask him like that? Not because I was wondering why
 His answer. I know very well that his first denial is reasonable.
 Nothing suspicious I personally believe and agree with him too.

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

เหตุผลที่น่าฟัง ของนักขายประกันชีวิต

“ประการแรก คือ เหตุผลที่น่าฟัง และ ประการหลังคือ เหตุผลที่แท้จริง”
จากข้อมูล รายละเอียดที่ผมเก็บรวบรวมเอาไว้ติดต่อกันอยู่หลายปินี้
ก็สามารถพิสูจน์สิ่งที่ มร.มอร์แกน พูดเอาไว้ทุกประการ
ผมจึงเริ่มทำการทดลองหาหนทางที่จะคันหาเหตุผลทั้ง 2 ประการนี้
ว่าอะไรมันเป็นอะไร แต่แล้ว ผมได้คันพบประโยคสั้น ๆที่ช่วยสร้างผลงาน
การชาย และเพิ่มพูนรายได้ให้ผมอย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่มันเป็นถ้อยคำธรรมดาๆ
ที่ใช้กันอยู่ทุกวัน ไม่ใช่ศัพท์แสงอะไรที่ลึกซึ้งสูงส่งอะไรทั้งสิ้น
ประโยคที่ว่านั้น ก็คือ “แล้ว…มีอะไรอีกไหมครับ” เท่านั้น
ลองมาดูซิว่า ประโยคดังกล่าวมันช่วยผมได้อย่างไรต งด
เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมเคยชักชวนให้นักธุรกิจเจ้าของโรงงานผลิตพรมปูพื้น
ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ให้ทำประกันชีวิต รวมทั้ง 3 คน คือ เจ้าของ ผู้จัดการ และ
หุ้นส่วน
สองคนแรกเห็นชอบด้วย แต่คนที่สามไม่อยากทำ ที่สำคัญเขามีอายุมาก
แล้ว และหูยังตึงอีกด้วย ทุกครั้งที่ผมเสนะไรออกไป เขาจะคัดค้านโต้แย้งเสมอ
ยิ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันชีวิตด้วยแล้ว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูดเลย
สักนิดเดียว
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมนั่งรับประทานอาหารเช้า ผมเห็นประกาศแจ้งความ
การเสียชีวิตของนักธุรกิจผู้สูงอายุคนดังกล่าว ทันทีที่อำนจบ ผมก็บอกกับตัวเอง
ว่า คงถึงเวลาที่ผมควรจะกลับไปขายประกันกับนักธุรกิจกลุ่มนี้อีกครั้ง
ไม่กี่วันต่อจากนั้น ผมก็โทรศัพท์นัดหมายประธานกรรมการบริษัทผลิต
พรมดังกล่ว เพื่อขอเข้าพบอีกครั้ง เพราะมีความคุ้นเคย และทำธุรกิจบางอย่าง
ร่วมกันกับเขามาก่อนแล้ว
เมื่อผมไปถึงและเดินเข้าไปในสำนักงาน ก็สังเกตเห็นได้ว่า เขามีท่าทาง
ไม่สดชื่นแจ่มใส และเป็นมิตรเหมือนก่อนๆ
พอผมนั่งลง เขาก็จ้องหน้าผม แล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ผมเดาว คุณมาหาผมคราวนี้ จะมาพูดเรื่องประกันชีวิตใช่ไหม?

เหตุผลที่น่าฟัง

เหตุผลที่น่าฟัง

“The first is the reason to listen and the latter is The real reason “
 From the detailed information that I have collected for many consecutive years
 Was able to prove what Mr Morgan said in all respects
 So I started to experiment with finding a way to find these two reasons.
 What it is, but then I found a short sentence That help create work
 To male and increase my income incredible Despite it being a normal word
 That is used every day Not any profound jargon at all
 That sentence is “and … what more?”
 Let’s see how these sentences helped me.
 Many years ago I used to persuade businessmen and owners of carpet factories.
 Big one To have life insurance, including 3 people, namely owners, managers and
 partner
 The first two agreed to it. But the third person doesn’t want to do it Importantly, he is very old.
 And the ears are also tight Every time that I gave out He will always object to the argument.
 More details about life insurance too He didn’t understand what I was saying at all.
 A little
 One morning while I sat to eat breakfast I saw the announcement.
 The death of the said elderly businessman As soon as it was finished I told myself
 That it’s time for me to go back and sell insurance with these business people again
 A few days later I called the appointment of the production company chairman.
 The rug is so loud to request to meet again. Because they are familiar And do some business
 Together with him before
 When I arrived and walked into the office Noticed that he appeared to be
 Not fresh and clear And friendly as before
 When I sat down he stared at my face. Then said
 “I guess you came to me this time Will talk about life insurance, right?

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

การค้นหาข้อโต้นแย้ง ที่ซ่อนเร้น

การค้นหาข้อโต้แย้ง ที่ซ่อนเร้น

ผมเคยเก็บข้อมูลของลูกค้กว่า 5,000 รายที่ผมเข้าพบเพื่อเสนอขาย
กรมธรรมประก้นชีวิตมาวิคราะห์คว่ เหตุใดเขาถึงซื้อ และ เหตุใดเขาจึงปฏิเสธ
ตัวเลขมันชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การค้นหาข้อโต้แย้ง นั้นสำคัญ

มีถึง 62 เปอร์เซ็นต์ที่ลูกค้าปฏิเสธไม่ซื้อ แล้วยกเอาเหตุผลต่าง ๆ นานา
มาอ้าง ซึ่งไม่ใช่ เหตุผลที่แท้จริง เลย

ส่วนอีก 38 เปอร์เซ็นต์นั้น ให้ เหตุผลที่แท้จริง กับผมว่า ที่เขาไมซื้อ
เพราะเหตุใด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

มันไม่นจะเป็นอย่างที่ตัวเลขชี้ไว้อย่างชัดเจนเลย เพราะลูกค้าแต่ละคน
ล้วนเป็นคนที่มีชื่อเสียงนำเชื่อถือ แต่ทำไมเขาเหล่านั้นจึงไม่ยอมให้ ข้อมูลที่แท้จริงว่าเหตุที่ไม่ยอมซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตพราะอะไร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องคอขาด

บาดตายอะไรที่ไหน
ผมใช้เวลาวิเคราะห์ศึกษาขัอมูลรายละเอียดเหล่านี้เพื่อหา คำตอบ แต่ก็
ชเวลานานมากกว่าจะข้าใจได้ ล่สุด เจ.เพียร์พ้อนท์ มอร์แกน นักธุรกิจผู้
ความฉลาด สุขุมรอบคอบในอดีต เคยบอกเอาไว้ว่า
“คนเรานั้น มักจะมีเหตุผล อยู่2 อย่างด้วยกัน

การค้นหาข้อโต้นแย้ง

Finding hidden arguments

I have collected information from more than 5,000 customers that I met for sale.
The Dharma Department of Life has come to believe that Why did he buy it and why did he reject it?
The numbers clearly show that finding arguments is important.
Up to 62 percent customers refused to buy. And taking various reasons
To claim, which is not the true reason at all
The other 38 percent give me real reasons that they don’t buy
Why is that so?

It is not exactly what the numbers clearly indicate. Because each customer
Are all famous people who lead trust But why did they not give the information that
True, why not refusing to buy life insurance policies? Which is not a broken throat
What’s wrong? Where?
I spent time analyzing these detailed data to find the answer but
It’s been a long time since I was most pleased. J. Peerpon Morgan, a businessman

Ingenuity in the past Once said that
“People tend to have two reasons.

ขอขอบคูณรูปภาพจาก >>> Google <<<

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมกด >>> ที่นี่ <<<

นักขายประกันไม่ควร สร้างศัตรู

สร้างศัตรู

คู่สนทนาพึงพอใจที่จะพูดและรับฟังมากขึ้น และทำให้ผมเกิดความรู้สึกกังวลใจ
น้อยลงเมื่อพูดอะไรผิดๆ ออกไปด้วย เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด หากครั้งใด
ที่ผมคิดว่าผมถูก ก็จะไม่กด้นว่เขาเป็นฝ่ายผิด แต่จะพยายามชักจูงให้เขา
คล้อยตาม ความเห็นที่ถูกต้องนั้นแทน”

วิธีการที่ว่านี้ ไม่ใช่เรื่องยาก และสามารถนำเอาไปใช้อย่างได้ผลเสียด้วยผมจึงเริ่มใช้มันมาตั้งแต่บัดนั้น และได้ผลอย่างชะงัด เพียงแต่ตัดแปลงถ้อยคำบางอย่างให้เหมาะสมสอดคล้องกับเหตุการณ์ในแต่ละครั้งเท่นั้น ผมยังรู้สึกเสียใจที่เคยบอกใครต่อใครอยู่เสมอๆว่า

“ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ เพราะ… มาตั้งหลายครั้งในอดีตที่ผ่านมากลับ ถ้อยคำ หรือประโยคของ แฟรงคลิน ที่ว่า  “คุณคิดไหมว่า?…” ช่วยในการสนทนาพูดคุยของผมได้มากอย่างที่ไม่เคย
คิดมาก่อนเลย แทนที่จะพูดจาอะไรตรง ๆ แบบขวานผ่ซากออกไป เพราะมีแต่จะ สร้างศัตรู มากกว่า สร้างมิตรตัวอย่างเช่น ถ้าผมจะบอกคุณว่า

“เราไม่ควรจะพูดอะไรที่ตรงไปตรมาเกินไปนัก แต่นำจะตั้งเป็น คำถามจะดีกว่า”ฟังดูแล้ว เหมือนกับว่า มันเป็นความเห็นของผมฝัยเดียวกอิห.คราวนี้ลองเปลี่ยนประโยคในการพูดเสียใหม่ว่า

“คุณคิดไหมว่า หากเราไม่ต้องพูดอะไรกันแรงๆ อย่างตรงไปตรงมา ลอง
หันมาใช้การตั้งคำถามแทน จะดีไหมครับ?” มันก็ดูเหมือนว่า ผมบอกให้คุณได้รับรู้ถึงสิ่งที่ผมคิด แต่ในขณะเดียวกัน

ก็จะขอรับทราบความคิดของคุณที่มีอยู่ด้วยชนกัน จะทำให้คุณเกิดความสบายใจมากขึ้น อยากพูดจาสหนากันมากขึ้น และหากผู้ฟังมีความรู้สึกว่า สิ่งที่กำลังพูดกันอยู่นั้นเป็นความคิดเห็นของขา เขาก็จะมีความกระตือรือรั้น อยากพูด อยากสนทนามากขึ้นด้วย

สร้างศัตรู

Make enemies
The interlocutor was more pleased to speak and listen. And made me feel anxious
Less when speaking wrong things as well because knowing that they are at fault whenever

That I think I was right Would not mean that he was at fault But will try to convince himAmenable to the correct opinion. “

This method Not difficult And can be used effectively as welI therefore started using it since then. And effective Just cut the wordsSomething appropriate for each occasion. I still feel

Sorry to always tell people that”I disagree with you because … come many times in the pastThe words or sentences of Franklin saying that the evil spirit

“Do you think? …” has helped my conversation a lot like never.Think of it instead of saying something straight like an ax to destroy itWill create more enemies than make friends, for example If I were to tell you that

“We should not say anything that is too direct. But the lead will be set to The question is better. ”

การโน้มน้าวจูงใจ ลูกค้า

โน้มน้าวจูงใจ ลูกค้า

แฟรงคลิน เล่าว เขาได้ความคิดนี้มาจาก โสเครตีส นักปราชญ์ชาวกรึก
ในสมัยโบราณมือ 2,20 ปีที่ผ่านมา โดยเป็น ผู้คิด และ ริเริ่ม นำเอาวิธีการ
ตั้งคำถามมาใช้ในการสนทนากับผู้คนต่งๆ ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่าง
ใหญ่หลวงในยุคสมัยต่อๆมา รด
ยิ่งแปลกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อผมพบว่า ในสมัยที่ เบนจามิน แฟรงคลิน
เป็นหนุ่มๆอยู่นั้น เขาเข้ากับคนอื่นๆไม่ค่อยไต้ เพราะชอบโต้เถียง พูดจา
กรัวแบชวานฝ่ชาก และชอบชขู่ ขาจึงมีศัครูอยู่รอบตัว
ต่อมา เขาได้ศึกษาแนวทางที่ โสเครตีส ใช้อยู่ตั้งแต่สมัยโบราณ แล้ว
เอามาใช้บ้าง ซึ่งมันได้ผล และเริ่มฝึกฝนแนวทางนี้เรื่อยมาโดยตลอด
เขาเขียนเล่าเอาไว้ว่า
“นิสัย ที่ว่านี้ ผมเชื่อว่ามันมีประโยชน์อย่างมหาศาลใน การเจรจา
ซักชวน หรือ โน้มน้าวจูงใจ ผู้ฟัง ให้เห็นคล้อยตาม สิ่งที่ผมกำลังพูดหรือ
อธิบาย
“เพราะใน การพูดจาสนทนา กันนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การบอก
กล่าว และ การรับฟัง ข้อมูล รายละเอียด ซึ่งกันและกันทั้งสองฝ้าย
“ผมเชื่อว่า ผู้มีทัศนคติที่ดี มีความคิดด้านบวก เป็น คนมองโลก
ในแง่ดี จะไม่สร้างศัตรูหรือสร้างความขัดแย้งในการพูดจากับคนอื่น เพื่อมุ่งหวัง
ให้ตนได้รับสิ่งที่ต้องการเสมอไปเพียงฝ่ายเดียว”
แฟรงคลิน เป็นนักเจรจาต่อรองที่มีฝีมือสุดยอด สามารถโน้มน้าว จูงใจ
คนอื่น ๆให้คล้อยตาม เพราะมีวิธีการในการเจรจา โดยเตรียมแผนเอาไว้ล่วงหน้า
ด้วย การตั้งคำถาม ที่จัดเตรียมเอาไว้
“บางครั้ง เมื่อคู่สนทนาของผม นำเสนอ หรือพูดอะไรที่มันไม่เหมาะสม
หรือผิดพลาด ผมก็จะไม่โต้แย้ง หรือพูดอะไรออกไปตรงๆในฉับพลันทันที
ผมจะเริ่มตั้งตันสังเกตว่า บางที ความคิดเห็น หรือสิ่งที่เขาพูดออกมานั้น
มันอาจถูกต้องก็เป็นได้ แต่อาจจะแตกต่างไปจากที่ผมคิด
วิธีการนี้ ช่วยให้ผมได้ประโยชน์มาก เพราะทำให้การสนทนานั้นราบรื่น

โน้มน้าวจูงใจ

Franklin recalled that he had received this idea from Socrates, the Greek philosopher.
In ancient times, 2,20 years ago by the thought and initiative of the method.
Ask questions in conversations with various people. Causing change like
Enormous in the following periods
Even more surprised when I discovered that in the time that Benjamin Franklin
Being a young man He doesn’t get along well with other people. Because he likes to argue and speak
Barua, Bashawan, Fak, and like to threaten, so there are teachers around
Later he studied the methods that Socrates has used since ancient times.
Used some, which worked and began to practice this way all the time
He wrote that

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

คุณสมบัติของผู้ฟังที่ดี

คุณสมบัติของ ผู้ฟังที่ดี

อย่างจริงจัง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้คนพูดจะเป็นภรรยาของคุณก็ตาม                                คุณจะพบว่า ผลที่ได้ มันจะทำให้คุณประหลาดใจกว่าที่คิด และมันจะเป็นผลดี
ต่อตัวคุณ และคู่สนทนาของคุณด้วย ทั้งสองทาง

สิ่งที่ ซิเซโร ปราชญ์ชาวกรีกสมัยโบราณที่เคยพูดเอาไว้เมื่อ 2,000 ปีท่อพ
แต่ก็ยังคงทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ว่า”ศิลปะนั้น มักจะซ่อนตัวอยู่ในความเงียบ และคำพูดที่จับใจ”

แต่การเป็นผู้ฟังที่ดี หได้ยากมาก เพราะถูกละเลย ไม่เห็นความสำคัญอย่างน่าเสียดายเมื่อไม่นานมานี้ หน่วยงานระดับชาติแห่งหนึ่ง ได้เผยแพร่บทความนี้ให้แก่บรรดานักขายได้อ่านกัน ว่า…

“ในครั้งต่อไป หากคุณจะไปชมภาพยนตร์ ขอให้สังเกตว่า นักแสดงนำของเรื่อง มักจะเป็น ผู้ฟัง ตัวละครอีกคนหนึ่ง มากกว่าเป็น ผู้พูด และ ผู้ที่พูดและผู้ที่พูดจึงต้องเป็น ผู้ฟังที่ดี ด้วย

แต่มักจะช่วงชิงความโดดเด่นของการแสดงมากกว่าผู้พูดเสมอ เพราะสีหน้าททางของผู้ฟัง จะเป็นกระจกเงาที่สะท้อนให้ผู้พูดได้รู้ว่า เรื่องราวต่างๆที่เล่านั้น น่าฟัง น่าสนใจ มากน้อยเพียงใด

จึงมีโอกาสที่จะแสดงออกได้ดีกว่า”ในเรื่องนี้ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง เคยบอกเอาไว้ว่า

นักแสดงหลายต่อหลายคนไปไม่ถึงดวงดาวในอาชีพการแสดง ก็เพราะเขาเหล่านั้น ไม่ได้เรียนรู้ถึงศิลปะกาฟังที่ดีนั่นเองศิลปะการฟัง นี่ จะเอามาใช้ทั้งด้านการแสดงและการขายได้เท่านั้นหรือ? ที่จริง มันมีความ

สำคัญต่อเราทุกคนไม่ว่าจะทำอะไร คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่า บางครั้งเมื่อเวลาที่คุณพูด เขาไม่ได้สนใจที่จะรับฟังเลย ผมพบบ่อยครั้งว่าเวลาที่ผมพูด เขาได้ยินแต่เขไม่ข้ใจในสิ่งที่ผมพูดลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาไม่ได้ฟังการพูดของผมจึงได้ศูนย์คะแนนอย่งแน่นอน ไม่ว่าเขาจะฟังผมพูดนานสักแค่ไหน

ผู้ฟังที่ดี

Seriously, with curiosity Even if the person speaking is your wife, you will find that the results will surprise you more than you think. And it will be a good result

Towards you and your interlocutor both ways.

What the ancient Greek philosopher Cicero had said 2,000 years ago
But still modern In time to the event that “that art Often hide in silence And catchy words ”

But being a good listener is very difficult because of being ignored. Didn’t see the significance unfortunately not so long ago A national organization Published this article to the sellers who read that …

“Next time If you are going to watch a movie Notice that The lead actors of the story are more likely to listen to another character than the speaker and the speaker, and the speaker must be a good listener.

But always compete for the prominence of the show than the speaker Because of the facial expressions of the listener Will be a mirror that reflects the speaker to know that How interesting are the stories that were told?

Therefore have a better chance of showing off “in this regard A famous film director Once said that

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

ความล้มเหลว

ล้มเหลว

ลองฟังเรื่องนี้ต่ออีกสักนิด มร.มิลตัน เอส.เฮอร์ซี่ย์ ซึ่งเคยเข็นรถชายลูกกวาดตามท้องถนน ก่อนที่จะกลายเป็นเศรษฐีเจ้าของบริษัทขายช็อกโกแล็ตที่มองเห็นความสำคัญของคำว่า “ทำไม” นี้มาก่อน และเขาใช้มันมา

ตลอดชีวิตทีเดียว ฟังดูแล้วมันเหลือเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วก่อนที่จะประสบความสำเร็จ จนกลายเป็นมหาเศรษฐี เมื่อตอนที่มีอายุ40ปีแล้วนั้น มร.มิลตัน เคยล้มเหลวมาก่อน 3 ครั้งติดต่อกัน

เขาเคยถามตัวขาเองว่า “ทำไม เขาจึง ล้มเหลว ในเมื่อคนอื่นกลับประสบ
ความสำเร็จ”เขานั่งคิดหาคำตอบนี้นานพอสมควร ในที่สุดก็พบว่า ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ

เขาทำไปโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียดอะไรเลยสักอย่างเดียว เขาเสียชีวิตไปเมื่อ
มีอายุได้ 88 ปีเต็ม และตลอดชีวิตของเขานั้น เขาใช้วิธีการตั้งคำถามว่า “ทำไม”
นี้มาโดยตลอดหากมีใครสักคนมาบอกเขาว่า “ผมทำไม่ได้หรอกครับ คุณเฮอร์ซีย์

เขาก็จะถามว่า “ทำไมล่ะ ทำไมถึงทำไม่ได้” และก็จะเพียรถามอย่างนี้เรื่อยไป จนกว่าเขาจะได้รับรู้ถึงเหตุผลต่างๆทั้งหมด จากคู่สนทนา 3ลแล้วก็จะสรุปว่า”เอาล่ะ ตอนนี้เรานจะได้ คำตอบ ที่ถูกต้องแล้วนะ” ชยชิมควม

ความล้มเหลวของ มร.เฮอร์ซีย์ นั้น คล้ายคลึงกันกับกรณีของ มร.อีเลียต ฮอลล์ ในการขายที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังมาแล้ว เพราะขาออกไปขาย

โดยไม่มีข้มูล รายละเอียดของลูกคัเลยส้อย่า และมันเป็นบทเรียนที่นสนใจมากที่ผมได้รับจากเขาในการขายของผม

ในบทต่อไป ผมจะชี้ให้เห็นว่า การใช้วิธีตั้งคำถามว่า “ทำไม” ในการสนทนาหรือสัมภาษณ์ลูกค้านั้น จะสามารถรัรู้ข้อมูล รายละเอียดต่งๆ และจะทำให้การขายแต่ละครั้งประสบ ความสำเร็จ ได้อย่างไรด้วย

ล้มเหลว
ล้มเหลว

ล้มเหลว

Failed
Try listening to this story a little later. Mr. Milton S. Hershey Who used to push a carStreet candy Before becoming a millionaire, owner of a company selling chocolate

Who saw the importance of this “why” before and he used itLifelong Sounds incredible But it’s already gone

Before success Until becoming a billionaire When aged
40 years ago, Mr. Milton has failed 3 times in a row.
He once asked himself, “Why does he fail when others experience it?
Success ”

He sat for this answer for a long time. Finally found that That is so because
He did without any detailed information at all. He died when

Is 88 years old and throughout his life He uses the method of asking “why”
This has always been known as Kallitlalok UP2 Marine.

If someone comes to tell him that “I can’t do it. “Hershey!”
He would ask, “Why? Why can’t?”

Indefinitely until he learned of all the reasons from the conversation partner 3 million

Sathanatilomlaphat TatinAnd will conclude that
“Okay, now we have the right answer.”

The failure of Mr. Hersey is similar to the case of Mr.Eliot Hall in Sales That I Told You to Before Because outbound sales

Without information The details of the ball And it is an interesting lesson
So much that I received from him in my sales.
Leng con discount ru

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ขอบคุณรูปภาพจาก Google